================================================== -->

คิง 99 คา สิ โน1️⃣M98

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากการดำเนินการในเรื่องของการฌาปนกิจศพ ของ นสช่อลัดดา แล้วเสร็จ ครอบครัวและน้องเตเต้ จะเดินทางไปที่กรุงเทพฯ เพื่อจัดการเรื่องเอสการหลักฐานและการเก็บข้าวของต่างๆของผู้ตายและของน้องเตเต้ กลับมาที่ จขอนแก่น โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่น้องเตเต้จะต้องย้ายกลับมาเรียน ป6 ที่ขอนแก่น และจะต้องเป็นเสาหลักดูแลครอบครัวแทนแม่ที่เสียชีวิต โดยผู้ที่ต้องการให้การช่วยเหลือน้องเตเต้ สามารถร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผ่านหมายเลขบัญชีของน้องเตเต้ได้โดยตรง ที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารออมสิน สาขาบิ๊กซีพระราม 2 หมายเลขบัญชี 020255181289 ชื่อบัญชี ดญเตชินี โฆสิตานนท์

  • เยี่ยมชมบล็อก:556440
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 409
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-28 06:12:24
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายสันติภาพรับสารภาพว่า รับยามาจากนายประสงค์ ก่อนนำมาเก็บไว้ที่ห้องที่เช่าไว้นี้ นานกว่า 5 เดือนแล้ว โดยจะรับยามาครั้งละ 1-2 กระสอบ ภายในแต่ละกระสอบจะบรรจุยาไอซ์ 40-50 กิโลกรัม รอบปีที่ผ่านมาตรวจสอบพบเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 500 ล้าน คาดว่าวันนี้จะสามารถยึดทรัพย์ได้เพิ่มอีกเท่าตัว พลตอเฉลิมเกียรติ ระบุ

ที่เก็บบทความ

2015(833)

2014(574)

2013(515)

2012(439)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: ฉินหวงเต่า

123vip บา คา ร่า,ศรีสุวรรณ ยัวะเกรียนคีย์บอร์ดถล่มเละ ร้องปอทฟันหมิ่นประมาท 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:05 น 14 พย 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ตนเอง ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยที่ดีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยการยื่นร้องเรียนและตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐและข้าราชการระดับสูง ที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบมานับ 10 ปี รวมทั้งเป็นตัวแทนชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนและเสียหายจากการถูกกลั่นแกล้งจากอำนาจรัฐ และการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการทั้งประเทศในทุกรัฐบาล ทุกยุค ทุกสมัยจวบจนปัจจุบัน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นพวกของใคร ฝ่ายใด สีการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ามีพวกนักเลงคีย์บอร์ดเป็นจำนวนมากที่ชอบเชลียร์ผู้มีอำนาจ ล่าสุดคือ กรณีการตรวจสอบ ฮAW 139, AW 149 และการคัดค้านการขึ้นค่าเอฟที ทำให้นักเลงคีย์บอร์ดจำนวนมากรับไม่ได้ที่มาแตะต้องคนที่ตนบูชา จึงพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารในสังคมออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ต่างๆ ในลักษณะการใส่ร้ายป้ายสี ดิสเครดิตการทำหน้าที่ของตนจนก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นที่เกลียดชังของผู้ที่ได้รับสื่อ อันถือเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยประการที่น่าจะทำให้ตนเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ มาตรา 328 ประกอบ ม14 (1) แห่ง พรบว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 ด้วยเหตุดังกล่าว จะนำรายชื่อเจ้าของเพจต่างๆ ที่หมิ่นประมาทตนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บกปอท) เพื่อดำเนินการเอาผิดเจ้าของเพจต่างๆ รวมทั้งผู้ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวด้วย โดยจะเดินทางไปแจ้งความ ในวันพฤหัสที่ 15 พย 2561 เวลา 1030 น ณ บกปอท ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ชั้น 4 ถแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทมนสนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการกกพ ในฐานะโฆษกกกพกล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 พย กกพอนุญาตให้บริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด เดินเครื่องเพื่อผลิตไฟฟ้าได้แล้ว ภายหลังจากได้มีการตรวจสอบสาเหตุและพบปัญหาจากเทคนิคการติดตั้งเฉพาะเครื่องที่เกิดเหตุ ซึ่งบริษัทฯ ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งตรวจสอบกังหันลมทั้งหมดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในลักษณะเดียวกัน ตามคำสั่งของ กกพ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สล็อต slotxo ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าวก้าวแรกสู่การเมือง

ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว อย่างไรก็ตาม พรรคอื่นๆ ก็มีคนรุ่นใหม่สาวสวยเช่นกัน อย่างชาติไทยพัฒนา ได้ เชอร์รี่ เมลิสา มหาพล อดีตมิสไทยเเลนด์เวิลด์ 2006 มาช่วยเป็นโฆษกพรรค สล็อต xo 191พรรคอะไหล่แม้วป่วน ทักษิณบินเข้าสิงคโปร์ เคลียร์เขตสมุนลงสส 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น พรรคอะไหล่แม้วป่วน ทักษิณบินเข้าสิงคโปร์ เคลียร์เขตสมุนลงสส 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

อ่าน(15) | แสดงความคิดเห็น(948) | ส่งต่อ(90) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

ซ่งดูซงจ้าว 2021-09-28

ลี อิน ฮโย ปสเปิดปฏิบัติการ พีอาร์เงินล้าน ทลายแก๊งค้ายาสถานบันเทิง 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:46 น

นายสมพงษ์กล่าวว่าโครงการปรับปรุงสถานีสะพานตากสิน(S6) งบประมาณ 11พันล้าน นั้นขณะนี้การออกแบบการขยายรางรวมถึงสถานีเพื่อแก้ปัญหารถไฟฟ้าบีทีเอสรอสับหลีก หรือแก้ปัญหาคอขวดได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และทางบริษัทที่ปรึกษาได้นำแบบให้ทาง กรมทางหลวงชนบท(ทช) พิจารณาในส่วนของรูปแบบสะพานที่ต้องมีการขยายช่องจราจรออกไป ซึ่งขณะนี้ ทชก็ได้มีการอนุมัติแบบแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดการวิเคราะห์รายงานสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) โดยต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงสถานีเพื่อทำรายงานให้แล้วเสร็จภายในเดือน พยนี้

กษัตริย์ของมิน 2021-09-28 06:12:24

ปสเปิดปฏิบัติการ พีอาร์เงินล้าน ทลายแก๊งค้ายาสถานบันเทิง 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:46 น

จักรพรรดิ Wan Yan Cheng Lin 2021-09-28 06:12:24

แกนนำพทพรึ่บเข้าคอก ทษช อดีตบกบางกอกโพสต์โผล่แจม 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 11:42 น , ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว。ล่าสุด มีรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ระบุว่า มีเด็กเสียชีวิตจากโรคหัดในพื้นที่ จปัตตานีเพิ่มอีก 1 ราย เป็นรายที่ 7 เป็นเด็กหญิงอายุ 1 ปี 2 เดือน บ้านอยู่ที่หมู่ 4 ตประจัน อยะรัง นับเป็นรายที่ 6 ของอำเภอยะรัง และเป็นรายที่ 7 ของจังหวัดปัตตานี มีอาการเป็นไข้ตัวร้อน มีผื่นขึ้นตามลำตัว และได้นำไปรักษาที่รพอำเภอยะรัง โดยผู้ป่วยมีอาการหายใจเหนื่อย ประกอบกับมีโรคแทรกซ้อนปอดบวม แพทย์จึงส่งไปรักษาต่อที่รพปัตตานี แต่เนื่องจากผู้ป่วยอาการหนักจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นผู้ป่วยไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด。

ลอร์ดน้อย Liu Wei 2021-09-28 06:12:24

ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว, ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว。แกนนำพทพรึ่บเข้าคอก ทษช อดีตบกบางกอกโพสต์โผล่แจม 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 11:42 น 。

กษัตริย์ ฉิน จ้าวเซียง 2021-09-28 06:12:24

ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว, ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว。และกลุ่มนักการเมืองขี้ฉ้อบางคน ที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ。

เฉิน Shengong 2021-09-28 06:12:24

ปสเปิดปฏิบัติการ พีอาร์เงินล้าน ทลายแก๊งค้ายาสถานบันเทิง 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:46 น ,เพชรชมพู กิจบูรณะ 。ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร และนสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาประเทศสิงคโปร์ เพื่อมาวางแนวทางการทำงานให้กับพรรค ทษช นั้น รทปรีชาพล กล่าวว่า ไม่ทราบ อย่างไรก็ตามคนที่มาร่วม ทษช ส่วนใหญ่จะเคยอยู่พรรคเพื่อไทย และเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มีความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณทางการเมือง ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การมาตั้งพรรค ทษช จิตวิญญาณนั้นก็ไม่ได้หายไปจากเรา และนายทักษิณทำคุณประโยชน์ให้ประเทศมานานับประการ และยังอยู่ในหัวใจประชาชน วันนี้ท่านไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองแล้ว หากมีสมาชิกเดินทางไปพบก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

เว็บ joker เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| สล็อต รับ เครดิต ฟรี ล่าสุด1️⃣LOOK618| เกม ออนไลน์ เล่น ได้ เงิน 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ joker1️⃣LOOK618| xo club 991️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 2021 1️⃣2021| 7777 สล็อต1️⃣LOOK618| โปร โม ชั่ น ฝาก 10 ได้ 1001️⃣LOOK618| scr888 สมัคร1️⃣M98| เกม ยิง ปลา ได้ เงิน จริง ไม่ ต้อง ลงทุน1️⃣LOOK618| gclub link1️⃣M98| โหลด kiss918 ios1️⃣LOOK618| เว็บ ค่า สิ โน ฝาก เงิน ด้วย เบอร์ โทร 1️⃣2021| 918kiss รับ ท รู วอ เลท1️⃣M98| joker win slot1️⃣M98| สล็อต ยืนยัน เบอร์ โทร รับ เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เว็บ ทดลอง ยิง ปลา1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่มี เงื่อนไข 50 1️⃣2021| gc888881️⃣M98| เครดิต ฟรี ยืนยัน ตัว ต้น เบอร์ 1️⃣2021| slot jokerth 1️⃣2021| slotxo ฝาก 201️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี 200 ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣M98| เล่น 918kiss ให้ ได้ เงิน 1️⃣2021| เกม ยิง ปลา เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| เว็บ บา คา ร่า แจก เงิน ฟรี1️⃣LOOK618| บา คา ร่า ฟรี เครดิต 2020 1️⃣2021| pg slot 2681️⃣LOOK618| หา เครดิต ฟรี1️⃣M98| เกม เงินสด จริง 1️⃣2021| ฟรี สล็อต ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| เกมส์ ออนไลน์ ยิง ปลา1️⃣M98| ดาวน์โหลด avenger98 1️⃣2021| gclub logo1️⃣LOOK618| ยู ฟ่า คา สิ โน ออนไลน์1️⃣M98| เกม ไพ่ ได้ เงิน จริง1️⃣M98| megabet8 ฟรี เครดิต 1️⃣2021| slotxo 3551️⃣LOOK618| เล่น 918kiss ให้ ได้ เงิน1️⃣M98| slot99th vip 1️⃣2021| sa gaming สมัคร1️⃣LOOK618| winner55 แจก 100 1️⃣2021| สล็อต ไม่มี ขั้น ต่ำ ฟรี โบนัส 20191️⃣M98| fun88 หวย1️⃣LOOK618| sa บา คา ร่า ออนไลน์1️⃣M98| เกม สล็อต แตก ง่าย ที่สุด 1️⃣2021| mm88bet บา คา ร่า1️⃣LOOK618| grand slot1681️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ 9551️⃣M98| 168 คา สิ โน 1️⃣2021| ฝาก 1 บาท ฟรี 50 บาท ล่าสุด 20211️⃣M98| เกม ออนไลน์ ที่ ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| คา สิ โน 691️⃣LOOK618| สล โจ๊ก เกอร์1️⃣M98| 888v11️⃣LOOK618| โหลด เกม slotxo1️⃣M98| ฝาก 5 ได้ 100 1️⃣2021| slot22th xo1️⃣M98| บา คา ร่า เล่น1️⃣M98| สมัคร gclub 1001️⃣M98| สมัคร เว็บ สล็อต แตก ง่าย1️⃣M98| เว็บ ค่าย pg1️⃣M98| สล็อต ปั่น ฟรี 1️⃣2021| ฝาก 1 บาท รับ 99 20201️⃣M98| โหลด เกมส์ สล็อต xo 9991️⃣LOOK618| แจก เครดิต ยิง ปลา ฟรี 2020 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 2020 ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| babababet881️⃣LOOK618| เว็บ พนัน โจ๊ก เกอร์1️⃣M98| ทดลอง เล่น เกม ใหม่ pg 1️⃣2021| slot เติม true wallet 1️⃣2021| 1xbet ฟรี เครดิต 2020Keyword1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| slot ฝาก 1 รับ 501️⃣LOOK618| แจก ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| star vegas ได้ เงิน จริง ไหม 1️⃣2021| เล่น 918kiss ให้ ได้ เงิน 1️⃣2021| pgslot168 download 1️⃣2021| สล็อต ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 2021 1️⃣2021| mm88bet สล็อต1️⃣LOOK618| เกม บา คา ร่า ออนไลน์1️⃣M98| เครดิต ฟรี 50 ล่าสุด 20211️⃣LOOK618| pg77 slot1️⃣M98| ยิง ปลา ฟรี 300 1️⃣2021| เกม สล็อต ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣M98| tnt191 คา สิ โน1️⃣M98| บา คา ร่า star991️⃣LOOK618| สล็อต ทดลอง เล่น ฟรี ทุก ค่าย1️⃣LOOK618| viewbet24 pantip 1️⃣2021| เกม 22vip1️⃣M98| สล็อต ยืม เครดิต1️⃣M98| แจก ฟรี เครดิต ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| วิธี โอน เงิน เข้า บา คา ร่า1️⃣LOOK618| empire777 สมัคร1️⃣M98|